ทันตแพทย์มักจะแนะนำให้ระวังเครื่องดื่มที่ทำให้ฟันผุได้แก่ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มเติมน้ำตาล
ศ. ดร.โมฮัมเม็ด บาสซิเอานี ผู้เชี่ยวชาญสาขาทันตกรรมฟื้นฟู (restorativ dentistry) และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยเทมเพิล (Temple U) ทำการศึกษาพบว่า เครื่องดื่มหลายชนิดได้แก่ น้ำผลไม้ ชา เครื่องดื่มกระตุ้นกำลังงานเพิ่ม เสี่ยงฟันสึก เสียวฟัน ฟันผุได้ ทั้งจากน้ำตาล และกรด
ปัญหาที่พบ บ่อยเพิ่มขึ้น คือ ฟันสึก (tooth erosion; tooth = ฟัน; erode = ทำให้สึก; erosion = การสึกกร่อน) ซึ่งเพิ่มเสี่ยงอาการเสียวฟัน (hypersensitivity; hyper- = มากเกิน; sensitive = ไวต่อความรู้สึก; sensititivity = ความรู้สึก การรับสัมผัส) และอาจทำให้ครอบฟัน หรือฟันปลอมหลวมหลุดได้
สาเหตุของฟันสึกส่วนใหญ่มาจากการกินอาหารที่มีความเป็นกรดสูง เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มกระตุ้นกำลัง น้ำผลไม้ ฯลฯ
ส่วนน้อยมาจากภาวะกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease / GERD / เกิร์ด) หรือโรคบูลิเมีย (bulimia = โรคอยากผอม ทำให้กินเข้ามากๆ แล้วล้วงคอให้อาเจียน พบบ่อยในคนตะวันตกหรือฝรั่งอายุน้อย)
อ. ดร.คลาร์ค สแตนฟอร์ด และคณะ แห่งวิทยาลัยทันตกรรม มหาวิทยาลัยไอโอวา พบว่า เครื่องดื่มกระตุ้นกำลัง (energy drinks; energy = กำลังงาน; drinks = เครื่องดื่ม) และเครื่องดื่มสำหรับการเล่นกีฬานานๆ (sports drinks; sports = กีฬา) เช่น เกเตอเรด, เรดบูล (กระทิงแดงเป็นหุ้นส่วน) ฯลฯ ทำให้เคลือบฟันชั้นนอก หรืออีนาเมล (enamel) สึกกร่อนได้มากกว่าน้ำอัดลม และน้ำผลไม้
เรื่องสำคัญ คือ น้ำอัดลม ไม่ว่าจะเป็นชนิดมีน้ำตาลหรือไม่ มีฤทธิ์เป็นกรด และทำให้ฟันสึกได้ทั้งนั้น
การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Dentistry (ทันตกรรม) รายงานว่า น้ำส้มทำให้เคลือบฟันชั้นนอก (enamel) อ่อนลง 84%, น้ำผลไม้อื่นๆ ก็ทำให้เคลือบฟันชั้นนอกอ่อนลง 1/2-1 ชั่วโมงได้คล้ายๆ กัน
กลไกที่ช่วย ป้องกันฟันสึกที่สำคัญ คือ น้ำลาย (saliva) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ และมีแคลเซียม, วิธีป้องกันไม่ให้น้ำลายน้อยลง คือ ดื่มน้ำให้มากพอทั้งวัน
เคล็ดลับ (tips) ในการป้องกันฟันสึก (tooth erosion)
- ดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มกระตุ้นกำลัง ฯลฯ รวดเดียว ไม่ดื่มแบบจิบ (sip) ทั้งวัน
- ใช้หลอดดูด (straw) แทนการดื่มจากขวดหรือแก้ว
- ดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มเติมน้ำตาลหรือน้ำอัดลม
- กินผลไม้ทั้งผลหรือน้ำผลไม้ปั่นรวมกาก แทนน้ำผลไม้กรองกาก
- กินข้าวกล้องแทนข้าวขาว หรือขนมปังโฮลวีท(เติมรำ)แทนขนมปังขาว
- บ้วนปากทันทีหลังดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด และบ้วนปากตามเป็นระยะๆ อีกหลายๆ ครั้ง
- ไม่แปรงฟันทันทีหลังกินผลไม้ เครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด อาหารที่มีฤทธิ์กรด เช่น น้ำส้มสายชู อาหารประเภทยำ น้ำมะนาว ฯลฯ > บ้วนปาก แล้วรอเวลาให้ผ่านไป 1/2-1 ชั่วโมงก่อนแปรงฟัน
- แปรงฟันด้วยแปรงขนอ่อน แปรงให้ถูกวิธี แปรงเบาๆ และใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ นาน 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
- ตรวจช่องปากกับอาจารย์ทันตแพทย์ทุกๆ 6-12 เดือน
- ใช้ยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากที่มีโพแทสเซียมหรือสตรอนเทียม เช่น เซนโซดายน์, ฟลูโอคาริลบางรุ่น, คอลเกตบางรุ่น ฯลฯ เพื่อลดอาการเสียวฟัน ยาสีฟันที่ช่วยลดเสียวฟันมักจะมีคำว่า 'sensitive' = เซนซิทีฟ หรือไวต่อความรู้สึกพิมพ์อยู่ในฉลาก
- ใช้แปรงขนอ่อนมาก แทนขนแปรงแข็ง ปานกลาง
- ยาน้ำส่วนใหญ่มีฤทธิ์เป็นกรด และเติมน้ำตาล เช่น ยาลดไข้-แก้ปวดเด็ก ฯลฯ ยาน้ำส่วนน้อยมีฤทธิ์เป็นด่าง เช่น ยาลดกรด ฯลฯ, ควรบ้วนปากหลายๆ ทันทีหลังกินยา
- ถ้าท่านเป็นโรคกรดไหลย้อน หรือท้องอืดบ่อย... ควรใช้คำแนะนำสำหรับคนไข้โรคกรดไหลย้อน (GERD) เพื่อลดโอกาสเกิดกรดไหลย้อนทำให้ฟันสึก
- ใช้ไหมขัดฟันให้ถูกวิธีวันละครั้ง
- ถ้าฟันห่างหรือเหงือกสึก ควรพิจารณาใช้แปรงซอกฟัน
ขอขอบคุณแหล่งแบ่งปันข้อมูลและรูปภาพจาก
|