Language:  THA  |  ENG แจ้งโอนเงิน
ตะกร้าสินค้า :  0  ชิ้น (0.00 บาท)
 
      เกร็ดความรู้
หน้าหลัก  >  เกร็ดความรู้  >  15 วิธีลดความเสี่ยงจากอาการเสียวฟัน-ฟันสึก


  15 วิธีลดความเสี่ยงจากอาการเสียวฟัน-ฟันสึก
 

ทันตแพทย์มักจะแนะนำให้ระวังเครื่องดื่มที่ทำให้ฟันผุได้แก่ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มเติมน้ำตาล

ศ. ดร.โมฮัมเม็ด บาสซิเอานี ผู้เชี่ยวชาญสาขาทันตกรรมฟื้นฟู (restorativ dentistry) และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยเทมเพิล (Temple U) ทำการศึกษาพบว่า เครื่องดื่มหลายชนิดได้แก่ น้ำผลไม้ ชา เครื่องดื่มกระตุ้นกำลังงานเพิ่ม เสี่ยงฟันสึก เสียวฟัน ฟันผุได้ ทั้งจากน้ำตาล และกรด

ปัญหาที่พบ บ่อยเพิ่มขึ้น คือ ฟันสึก (tooth erosion; tooth = ฟัน; erode = ทำให้สึก; erosion = การสึกกร่อน) ซึ่งเพิ่มเสี่ยงอาการเสียวฟัน (hypersensitivity; hyper- = มากเกิน; sensitive = ไวต่อความรู้สึก; sensititivity = ความรู้สึก การรับสัมผัส) และอาจทำให้ครอบฟัน หรือฟันปลอมหลวมหลุดได้

สาเหตุของฟันสึกส่วนใหญ่มาจากการกินอาหารที่มีความเป็นกรดสูง เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มกระตุ้นกำลัง น้ำผลไม้ ฯลฯ

ส่วนน้อยมาจากภาวะกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease / GERD / เกิร์ด) หรือโรคบูลิเมีย (bulimia = โรคอยากผอม ทำให้กินเข้ามากๆ แล้วล้วงคอให้อาเจียน พบบ่อยในคนตะวันตกหรือฝรั่งอายุน้อย)

อ. ดร.คลาร์ค สแตนฟอร์ด และคณะ แห่งวิทยาลัยทันตกรรม มหาวิทยาลัยไอโอวา พบว่า เครื่องดื่มกระตุ้นกำลัง (energy drinks; energy = กำลังงาน; drinks = เครื่องดื่ม) และเครื่องดื่มสำหรับการเล่นกีฬานานๆ (sports drinks; sports = กีฬา) เช่น เกเตอเรด, เรดบูล (กระทิงแดงเป็นหุ้นส่วน) ฯลฯ ทำให้เคลือบฟันชั้นนอก หรืออีนาเมล (enamel) สึกกร่อนได้มากกว่าน้ำอัดลม และน้ำผลไม้

เรื่องสำคัญ คือ น้ำอัดลม ไม่ว่าจะเป็นชนิดมีน้ำตาลหรือไม่ มีฤทธิ์เป็นกรด และทำให้ฟันสึกได้ทั้งนั้น

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Dentistry (ทันตกรรม) รายงานว่า น้ำส้มทำให้เคลือบฟันชั้นนอก (enamel) อ่อนลง 84%, น้ำผลไม้อื่นๆ ก็ทำให้เคลือบฟันชั้นนอกอ่อนลง 1/2-1 ชั่วโมงได้คล้ายๆ กัน

กลไกที่ช่วย ป้องกันฟันสึกที่สำคัญ คือ น้ำลาย (saliva) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ และมีแคลเซียม, วิธีป้องกันไม่ให้น้ำลายน้อยลง คือ ดื่มน้ำให้มากพอทั้งวัน

เคล็ดลับ (tips) ในการป้องกันฟันสึก (tooth erosion)


  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มกระตุ้นกำลัง ฯลฯ รวดเดียว ไม่ดื่มแบบจิบ (sip) ทั้งวัน 
  • ใช้หลอดดูด (straw) แทนการดื่มจากขวดหรือแก้ว 
  • ดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มเติมน้ำตาลหรือน้ำอัดลม 
  • กินผลไม้ทั้งผลหรือน้ำผลไม้ปั่นรวมกาก แทนน้ำผลไม้กรองกาก 
  • กินข้าวกล้องแทนข้าวขาว หรือขนมปังโฮลวีท(เติมรำ)แทนขนมปังขาว
  • บ้วนปากทันทีหลังดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด และบ้วนปากตามเป็นระยะๆ อีกหลายๆ ครั้ง 
  • ไม่แปรงฟันทันทีหลังกินผลไม้ เครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด อาหารที่มีฤทธิ์กรด เช่น น้ำส้มสายชู อาหารประเภทยำ น้ำมะนาว ฯลฯ > บ้วนปาก แล้วรอเวลาให้ผ่านไป 1/2-1 ชั่วโมงก่อนแปรงฟัน 
  • แปรงฟันด้วยแปรงขนอ่อน แปรงให้ถูกวิธี แปรงเบาๆ และใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ นาน 2-3 นาที วันละ 2-3 ครั้ง 
  • ตรวจช่องปากกับอาจารย์ทันตแพทย์ทุกๆ 6-12 เดือน 
  • ใช้ยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากที่มีโพแทสเซียมหรือสตรอนเทียม เช่น เซนโซดายน์, ฟลูโอคาริลบางรุ่น, คอลเกตบางรุ่น ฯลฯ เพื่อลดอาการเสียวฟัน ยาสีฟันที่ช่วยลดเสียวฟันมักจะมีคำว่า 'sensitive' = เซนซิทีฟ หรือไวต่อความรู้สึกพิมพ์อยู่ในฉลาก
  • ใช้แปรงขนอ่อนมาก แทนขนแปรงแข็ง ปานกลาง 
  • ยาน้ำส่วนใหญ่มีฤทธิ์เป็นกรด และเติมน้ำตาล เช่น ยาลดไข้-แก้ปวดเด็ก ฯลฯ ยาน้ำส่วนน้อยมีฤทธิ์เป็นด่าง เช่น ยาลดกรด ฯลฯ, ควรบ้วนปากหลายๆ ทันทีหลังกินยา 
  • ถ้าท่านเป็นโรคกรดไหลย้อน หรือท้องอืดบ่อย... ควรใช้คำแนะนำสำหรับคนไข้โรคกรดไหลย้อน (GERD) เพื่อลดโอกาสเกิดกรดไหลย้อนทำให้ฟันสึก 
  • ใช้ไหมขัดฟันให้ถูกวิธีวันละครั้ง 
  • ถ้าฟันห่างหรือเหงือกสึก ควรพิจารณาใช้แปรงซอกฟัน

ขอขอบคุณแหล่งแบ่งปันข้อมูลและรูปภาพจาก